✖Review : MAC Pro Longwear SPF10 Foundation

posted on 16 Dec 2011 00:42 by shujixakira

เพิ่งถอย MAC Pro Longwear SPF10 Foundation มา

ตอนแรกลังเลระหว่างตัวนี้ กับ

Bobbi Brown : Natural Finish Long Lasting Foundation SPF15 

ซึ่งทั้งสองตัวให้ลุคส์บางเบา และติดหนังหน้าทนนาน

แต่เนื่องจากของ MAC ออกใหม่และถูกกว่า 200 THB

แน่นอนว่าอีฉันต้องเลือกของถูก (มีคุณภาพ)  โฮะโฮะโฮะ

 

ค่าเสียหาย : 1,440 THB จากราคา 1,600 THB

สภาพ/สีผิว : ผิวผสม ผิวเหลือง

- คุณสมบัติบอกว่าอยู่ยาวนานถึง 15 ชม.แน่ะ 

-  สภาพขวดดูดีไม่โก๊ะกัง 

 

- เปิดแล้วก็มีอายุขัยได้ 24 เดือนหรือ 2 ปีนะจ๊ะ 

- หัวปั๊มใหญ่ เลื่อนไปทางซ้ายเพื่อปลดล็อคแล้วปั๊มรองพื้นออกมา

ปั๊มครั้งแรกครีมยังไม่ออกมานะ บ่งบอกว่ายังซิงไม่มีใครมาปั๊ม!!

 

ตอนไปเลือกที่เซ็นทรับชิดลม BA แนะนำว่าให้ใช้ NC25

แต่พอมาที่เซ็นทรัลพัทยา BA กลับแนะนำว่า NC30 25ขาวไป

แล้วเค้าน์เตอร์(ชั่วคราว)ที่พัทยามืดมาก ทาไปมองไม่ค่อยออก

ซึ่งสีค่อนข้างต่างกันมากทีเดียว 25 นี่ออกชมพู ๆ 30 นี่เหลือง

แต่เนื่องจากตอนอยู่พัทยามีตังค์ ก็สอย 30 มาตามคำบอกของ BA

 

เนื้อแป้งเข้มข้น เกลี่ยง่ายแต่ใช้ความเร็วนิดนึง

กดมาแค่นี้ก็ทาได้ทั้งท้องแขนแล้วค่ะคุณขรา...

 

**ก่อนตัดสินใจซื้อควรไปลองของแม่งก่อนที่เค้าท์เตอร์

แต่ถ้าคุณใช้รองพื้นของ MAC อยู่แล้วก็เดินเข้าไปบอก BA หนุ่มสุดสวยเลย!! ว่าคุณใช้เบอร์อะไร

 

สีที่เราซื้อค่อนข้างเหลือง ตอนแรกเพราะมันเซ็ตตัวเร็วปาดไม่ทันเลยทับอีกสองชั้น

หน้าเหลืองอย่างกับเป็นดีซ่านกะว่าจะเอาไปคืน แต่พอลองอีกที ทาชั้นเดียวบาง ๆ

โปะแป้งฝุ่นนิดหน่อย ดูเป็นธรรมชาติและฉ่ำเล็ก ๆ หน้าเนียน ๆ 

 

สรุปใช้สีนี้หน้าไม่ลอย หน้ากับคอดูเป็นสีเดียวกัน ไม่เหมือนตอนใช้ BB 

แต่ถ้าอยากได้ขาวหน่อยก็คงใช้ BB ผสมจี๊ดนึง ไม่คืนแระเปลี่ยนใจ

 

อันนี้ใช้กล้อง MacBook ถ่าย แบ๊วเว่อร์ๆ

 
 

Point : มันเซ็ตตัวเร็วมากนะ และเหลวเป๋วมาก ควรใช้แปรงและต้องรีบใช้ละเลง 

ใช้ร่วมกับแปรงแมคจะดีมาก แต่ฝีมืออ่อนด๋อยอย่างเรา 

ใช้แปรงเทพไปก้กระไรอยู่แปรงกาก ๆ ที่บ้านก็พอ

 

 

มันดีตรงที่ใช้นิดเดียวก็ได้ทั่วทั้งหน้าแระ คุ้มดี อิอิ 

2 ปีก็คงยังไม่หมด ー_ー”

ให้คะแนน 4 เด็ม 5

ตัวรองพื้นเองดีมาก แต่เราเหมือนซื้อมาผิดสีนิดนึง

ถึงสีจะเข้มแต่ก็เป็นสีเดียวกับผิวเรา (สรุปว่ากรูดำ?)  

ใช้แล้วหน้าไม่ป่วย เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าขาวกว่านี้จะดีกว่านะ

 

สรุปว่า ชนะเลิศ!! 

 
จบจ้า

พอดีว่ามีคนไปฮ่องกงค่ะ เลยฝากซื้อของ

จริง ๆ อยากได้น้ำหอมของ Issey Miyake กับ VERSACE กับนาฬิกาของ Marc Jacobs

แต่จากราคาที่ได้มาน้ำหอมถูกกว่าบ้านเราไม่กี่ร้อย ส่วนนาฬิกาถูกกว่าบ้านเราเยอะ

แต่ซื้อที่อเมริกาจะได้ถูกกว่าอีกพันกว่าบาท อดใจเลยฝากซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ แทน

a

" ' ' '

เริ่มต้นด้วย Luvshuca เป็นแบรนด์ของ Kanebo พี่น้องเดียวกับ KATE, LUNASOL นั่นแล

ไม่เคยเห็นของจริงหรอกนะคะ เห็นแต่ตามนิตยสาร แพ็คเกจน่ารักดีเลยอยากได้มาอยู่ในอ้อมแขน

แต่พอได้มาก๊องแก๊งมากอ่ะ 5555 เป็นพลาสติกเกรดต่ำ แต่ก็ราคาสมน้ำสมเนื้อ

สองชิ้นนี่รวมกันพันนิด ๆ เอง

 

★อายชาโดว์ สี PK-1

ยังไม่ได้ลองใช้เลยไม่รู้ว่าติดทนนานมั้ย แต่ไม่คาดหวังไรมาก -_-"

★ลิปสติก สี BE-7

อันนี้ถูกใจกว่าอายชาโดว์นะ เป็นสีนู้ดนม ๆ ทาทีเดียวจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง

ต้องย้ำ ๆ เปลืองน้า... -_-"

" " " " "

★Jill Stuart : Lip Color Compact เบอร์ 102

หรูเว่อร์...จริง ๆ มีคอลเลคชั่นใหม่ออกมาสองเบอร์

แต่เราว่ารุ่นเก่าสวยกว่าเลยให้เขาหาให้ แพ็คเกจสวยมาก

ตัวลิปมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เน้นว่าอ่อนจริง ๆ 555

ทาเดี่ยว ๆ ไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่

คิดว่ารุ่นใหม่ที่สีมันแจ่ม(และแอบลาว ๆ) อาจทาแล้วออกสีมากกว่านี้

สำหรับเรายี่ห้อนี้สวยจริงไรจริง แต่ถามว่าดีมั้ยเราเฉย ๆ นะ

. . . . . .

H&M


สองชิ้นนี้ซื้อด้วยความ...ฝากไรอีกดี ก็เข้า HM ไปเลือกเสื้อผ้า

แต่มันก็ไม่ค่อยมีอะไรน่ารักเลย เห็นอันนี้เป็นมิกกี้เลยซื้อมา

ชิ้นแรก Eyeshadow multi

สีลาว ๆ เนอะ (หัวเราะ) แต่แพ็คเกจมันน่ารักมาก แค่นั้นแหละ

 

ต่อไป 2-pack lipgloss

อันนี้ซื้อเพราะสิ้นคิดไม่รู้จะเอาอะไรจริง ๆ และมันน่ารัก

แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นชิ้นที่ถูกใจที่สุดและถูกที่สุด

มันหอมมากกกกกกกกกกกกกกกก ชอบโครต


ห็นมั้ยว่าของดีไม่จำเป็นต้องเป็นของที่แพงที่สุดเสมอไป

สรุปว่าสองชิ้นของ HM รวมกัน 700 บาท เอง เบามาก...

มันมีBody care set ...ซึ่งประกอบด้วย body scrub, body lotion และ shower gel

ถ้าลิปหอมขนาดนี้ก็คิดว่าเซ็ตนี้จะหอมฟุ้งไม่แพ้กัน อิอิ

ไปล่ะ ไปคิดว่าจะซื้ออะไรดี -_-"


คำเตือน : เอนทรี่นี้ยาวมาก

วันนี้จะมารีวิว
- ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ เล่ม 3 ตอน แสงสว่าง ณ ปลายทาง
- ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ เล่ม 4 ตอน ก่อนหัวใจจะดับสูญ
- ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ เล่ม 5 ตอน สายใยแห่งโชคชะตา


หน้าปกเวอร์ชั่นไทยแต่ละเล่มน่ากลัวมาก ทั้งที่เวอร์ชั่นญี่ปุ่นออกจะดูดี เฮ้อ...

เว้นว่างจากการอ่าน ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณไ ปเสียนาน หลังจากได้เล่ม 5 มาก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านมาราธอนตั้งแต่เล่ม 3 เราชอบซีรี่ส์นี้มาก ๆ ด้วยความหลงรักหนุ่มปากร้ายอย่างยาคุโมะสุดหล่อ ดูน่ารักเวลามีปากเสียงกับฮารุกะและลุงโกโตะ

เมื่อเปรียบเทียบกับนิยายแนวนี้ที่บลิสเอามาแปล เราว่าเรื่องนี้เวิร์คสุดแล้ว อย่างเรื่องฟ้าสั่งมาสืบของอาจารย์มานาบุคนแต่งคนเดียวกับยาคุโมะ นางเอกดูอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเมื่อเทียบกับฮารุกะ แถมยังฝันเห็นคนตาย พระเอกเลยไปสืบคดีให้ ดูจงใจมาก ๆ และเมื่อเทียบกับตำรวจหน่วยสืบวิญญาณของอาจารย์อะไรไม่รู้ ลืม เรื่องนี้ไม่เมคเซ้นส์เลย มีอย่างที่ไหนมีผีมาช่วยสืบคดีด้วย...สองเรื่องนี้ซื้อเล่มเดียวอ่านแล้วเลิก แต่คิดว่าถ้าเงินเหลือจะซื้อฟ้าสั่งมาสืบอ่านแก้ขัด

ด้วยเหตุนี้เลยคิดว่ายาคุโมะสนุกสุด ตรงที่เริ่มเรื่องไม่หวือหวา เนื้อเรื่องกระชับ ตัวละครมีความโดดเด่นเฉพาะตัวไม่เหมือนเรื่องอื่น ๆ ที่มีพล็อตแบบนี้ และยาคุโมะไม่ได้ใช้ความสามารถทางการเห็นวิญญาณแก้ไขคดีอะไรเลย ใช้สมองเท่านั้น ส่วนความสามารถของยาคุโมะนั้นเราว่าไม่ใช่เมนหลัก

 

ชื่อเรื่อง : ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ เล่ม 3 ตอน แสงสว่าง ณ ปลายทาง
เรื่องย่อ (จาก สนพ. blisspublishing)
ยาคุโมะ หนุ่มนักศึกษามาดเซอร์ปากร้าย เจ้าของนัยน์ตาซ้ายสีเพลิง ระยะนี้อากาศร้อนจัด จนชายหนุ่มชักอยากซื้อพัดลมใหม่ จึงยอมรับปากช่วยเจ้าทุกข์ซึ่งมองเห็นวิญญาณกระโดดตึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังถูกนายตำรวจโกะโต คู่หูต่างวัยขอร้อง (?) ให้ช่วยตามคดีประหลาด เมื่อเพื่อนของนักข่าวสาวลูกเจ้านายหายตัวลึกลับจากห้องปิดตาย ซ้ำเหตุยังเกิดต่อหน้าต่อตาอิชิอิ ลูกน้องขวัญอ่อนของโกะโต ยาคุโมะจะทำอย่างไร เมื่อสองคดีทำให้เขาได้พบร่างทรงหนุ่มใหญ่ ผู้อ้างตัวว่ามองเห็นวิญญาณและมีนัยน์ตาสีแดงทั้งสองข้าง
อ่านจบ 22-10-2011
ความชื่นชอบ ★★★★

 เปิดเรื่องมาด้วยหญิงสาวคนหนึ่งเห็นผู้หญิงกระโดดตึกลงมา แม้จะร่างจะร่วงหล่นจากตึกจนเละแต่เธอยังลุกขึ้นมาเดินเข้าไปในอาคารแล้วกระโดดลงมาอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับเอ่ยว่า "ทำไมไม่ตายสักที..."
สยองป่ะล่ะ...??
เธอไปไหว้วานยาคุโมะให้ช่วยเหลือ แต่คราวนี้ยาคุโมะกลับรับคำง่ายดายเพราะสาวเจ้าดันอึ๋ม(กว่าฮารุกะ)และพัดลมในเซฟเฮ้าส์เสียก็เลยอยากได้ใหม่พอดี...สืบไปสืบมากลายเป็นว่าสาวที่กระโดดตึกซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้นชื่อ ริกะ เธอโดนข่มขืน...ริกะไม่ได้ถูกย่ำยีแค่ตอนถูกข่มขืน แต่เมื่อเธอไปหาตำรวจ ตำรวจก็พูดจาดูหมิ่นเธอไม่ต่างกับเหยื่อถูกข่มขืนเป็นครั้งที่สอง พอตัวตายไปแล้ว คนร้ายสุดชั่วยังแอบถ่ายคลิปตอนข่มขืนเธอไปลงอินเตอร์เนตพร้อมบอกด้วยว่าเธอกระโดดตึกตาย...ซึ่งนำไปสู่การแก้แค้น...ซึ่งมีเรื่องความฟอนเฟะขององค์กรตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ประเด็นที่อยากจะพูดก็คือ การข่มขืน เป็นอะไรที่น่ารังเกียจมาก คนร้ายน่ารังเกียจ แต่ในทางกลับกันเหยื่อกลับถูกสังคมหรือแม้แต่คนใกล้ชิดมองว่าน่ารังเกียจมากกว่า...
ตอนอ่านก็อดรู้สึกขนลุกไม่ได้ แม้ไม่เกี่ยวข้องกับริกะก็อดรู้สึกอดสูและเคียดแค้นไอ้คนร้ายนั่น สุดท้ายแอบน้ำตาซึมตอนที่ได้รู้ความรู้สึกของวิญญาณริกะ...การแก้แค้นไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด เมื่อเราคิดแต่จะแก้แค้นเราจะไม่เห็นเลยว่าสิ่งใดที่อยู่ตรงหน้าเรา

 โดยรวมดีทุกอย่าง สนุกมาก ฮามาก แต่เนื้อเรื่องดูแรงไปนิดให้ 4 ดาวพอจ้า

 

ชื่อเรื่อง : ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ เล่ม 4 ตอน ก่อนหัวใจจะดับสูญ
เรื่องย่อ (จาก สนพ. blisspublishing)
ยาคุโมะ หนุ่มจอมยียวนผู้มีนัยน์ตาซ้ายสีเพลิงต้องรับศึกหนัก
เมื่อฮารุกะมาหาพร้อมปัญหาในโรงเรียนประถมที่เธอฝึกสอน
ลูกศิษย์ตัวน้อยไม่ยอมสุงสิงกับใคร ซ้ำยังบอกว่าตัวเองถูกสาป
แถมมีอาจารย์หนุ่มบอกว่าเคยเห็นวิญญาณแถวสระว่ายน้ำกลางดึก
ซึ่งน่าจะโยงใยกับเหตุเพลิงไหม้คร่าชีวิตนักเรียนในอดีต
ตอนแรกนึกว่าจะรับศึกด้านเดียว แต่ยาคุโมะกลับโดนอีกเด้ง
เมื่อพบศพนิรนามถูกไฟคลอก พร้อมมือซ้ายปริศนาตกอยู่ข้างกัน
และนายตำรวจซึ่งรุดมาดูเหตุการณ์ยังเป็นโกะโตกับอิชิอิ
งานนี้จะให้ชายหนุ่มทำอย่างไรได้ นอกจากกระโจนเข้าคลี่คลายคดี...
อ่านจบ 24-10-2011
ความชื่นชอบ ★★★★★

หลังจากที่ เล่ม 3 ทำเอาขนลุกและขยะแขยงเพราะความฟอนเฟะของสังคม
เล่มนี้เลยกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าของเด็กน้อยมาซาโตะเด้กประถมที่เก็บเนื้อเก็บตัวไม่พุดจากับใคร และเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งที่ผู้เกี่ยวข้องในคดียังเป็นเด็ก พูดถึงเนื้อหาซอฟท์กว่า เล่ม 3 ก็จริง แต่เนื้อหาของคดีซับซ้อนจนน่าเหลือเชื่อ ในเล่มนี้มีจิตแพทย์สาวนามคนโนะที่ใช้วิธีโปรไฟลิ่งมาช่วยสืบคดี ทำให้คุณตำรวจอย่างคุณโกโตะถึงกับแอบไขว้เขวว่าหล่อนน่าเชื่อถือกว่ายาคุโมะซะอีก กลายเป็นว่ายาคุโมะมีคู่แข่งที่เขาแทบไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ
พออ่านจบแล้วจากที่เคยรู้สึกว่าเด็ก ๆ เหมาะกับความสดใส แท้จริงแล้วในโลกนี้อาจมีเด็กที่ต้องทนทุกข์อย่างโดดเดี่ยวทั้งที่ไม่เคยก่อความผิดอะไรมากกว่าเด็กที่อยู่ดีมีสุขกว่าเด็กที่เรา ๆ เห็น เด็กพวกนี้น่าสงสารนะ
อีกอย่างนึงคุณครู ครูสมัยนี้น้อยคนจะเป็นที่พึ่ให้เด็กได้ ยิ่งแก่ยิ่งวางอำนาจ เอาเปรียบ หากินกับเด็กเห็นการศึกษาเป็นธุรกิจมากกว่าการถ่ายทอดความรู้หรือศีลธรรม บางคนถึงกับทำร้ายเด็ก คนเหล่านี้มันไม่สมควรเป็นครูเลย แต่เราได้มาเจอกับครูที่เป็นครูจริง ๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ท่านเป็นครูที่ทุ่มเทในการสอนมาก ไม่เคยนั่งสอน ไม่รู้อะไรท่านก็จะอธิบาย สอนเทคนิคต่าง ๆ มากมาย ท่านเป็นฮีโร่ของเราคนนึงก็ว่าได้ และมันทำให้เราอยากเป็นครูอย่างท่าน
พล่ามมาเยอะ จะบอกว่า เล่มนี้ฮารุกะเป็นเพียงแค่ครูฝึกสอน แต่เธอก็พยายามจะช่วยมาซาโตะ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เธอก็อยากจะช่วยปลอบประโลมและส่งมาซาโตะถึงฝั่งฝัน มีครูแบบนี้มันช่างดีจริง ๆ
ท้ายเล่มมีตอนพิเศษสั้น ๆ ด้วยเป็นเรื่องรูปถ่ายติดวิญญาณ เป็นตอนสั้น ๆ ที่อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่น

เล่มนี้ให้ 5 ดาวเลยค่ะเพราะชอบเรื่องเกี่ยวกับเด็ก ๆ (หัวเราะ)

 

ชื่อเรื่อง : ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ เล่ม 5 ตอน สายใยแห่งโชคชะตา
เรื่องย่อ (จาก สนพ. blisspublishing)
หลังเกิดเหตุฆ่าล้างตระกูลเมื่อสิบห้าปีก่อน คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ในสภาพรกร้าง แถมขึ้นชื่อลือชาว่าผีดุจนผู้คนพากันมาลองของทดสอบความกล้า วันหนึ่งรายการโทรทัศน์ขอท้าพิสูจน์จนถ่ายติดภาพวิญญาณหญิงนิรนาม จากนั้นผู้ต้องหาฆ่ายกครัวกลับปรากฏตัวทั้งที่คดีใกล้หมดอายุความเต็มที
โกะโตเจ้าเก่าจึงขอให้ยาคุโมะช่วยดูภาพวิญญาณสยองเพื่อชำระคดีอีกครั้ง ทว่าไม่เพียงไม่ช่วยสืบ ภาพนั้นกลับทำให้ยาคุโมะหายตัวไปพร้อมคำบอกลา ฮารุกะร้อนใจรีบออกสืบหาตามที่ชายปริศนาคนหนึ่งให้เบาะแส แต่กลับค้นพบว่าคดีในอดีตและภาพวิญญาณเชื่อมโยงกับโชคชะตาของยาคุโมะ
บีบให้เขาต้องเสี่ยงชีวิตไขปริศนาลึกลับเพื่อเยียวยาแผลลึกจากรอยอดีต
อ่านจบ 4-11-2011
ความชื่นชอบ ★★★★

กว่าจะอ่านจบ...หลายวันเลยทีเดียว เล่มนี้ตัวละครสำคัญอย่างโกโตะและยาคุโมะดันหายตัวไปเสียนี่ ทำให้คุณตำรวจอิชิอิที่แสนอ่อนแอขี้แพ้ต้องฮึดสู้ด้วยกำลังใจจากสาว ๆ ออกสืบคดีร่วมกับมิยาคาว่า รู้สึกว่าเล่ม 5 นี้เกี่ยวข้องกับเล่ม 4 โดยตรง โดยเฉพาะเรื่องการสะกดจิต มีรายละเอียดลงลึก (แต่เราอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ -_-”) ชอบตรงที่ตัดตอนอิชิอิตามหาโกโตะกับฮารุกะตามหายาคุโมะเป็นตอนเล็ก ๆ แล้วเอามาสลับกัน ทำให้รู้สึกว่าลุ้นไปทั้งสองเหตุการณ์พร้อม ๆ กัน ไม่ใช่รอให้เหตุการณ์หนึ่งจบไปก่อน นอกจากเรื่องสะกดจิตจะเป็นพ้อยท์สำหรับเล่มนี้แล้ว อดีตของยาคุโมะที่เกี่ยวกับคุณแม่ก็ยังกระจ่างในเล่มนี้ (รอมาตั้ง 5 เล่ม) แต่แน่นอนว่าพ่อของยาคุโมะยังเป็นปริศนาอยู่...
นอกจากนี้ฮารุกะกับตาทึ่มยาคุโมะกุ๊กกิ๊กกันมากขึ้น แต่เหมือนฮารุกะจะกุ๊กกิ๊กกับยาคุโมะไปคนเดียวนะ เพราะยาคุโมะทึ่มและปากกับใจไม่ตรงกัน แต่ฮารุกะก็ไม่ยอมแพ้ เพราะได้คุณแม่ เคโกะ คอยช่วยสนับสนุนจนลูกสาวรำคาญ ทั้งที่สูญเสียลูกสาวคนหนึ่งไปแต่เคโกะเป็นคุณแม่ที่เฮฮาน่ารักดี ที่สำคัญเธอคอยให้กำลังใจลูกสาวอย่างฮารุกะเสมอ มีช่วงหนึ่งเธอถามฮารุกะว่า "ยาคุโมะหล่อไหม ถ้าเป็นเด้กค่ายจอห์นนีส์ ใกล้เคียงกับคนไหนจ๊ะ" พอฮารุกะถามว่าทำไมต้อง จอห์นนีส์ เคโกะก็บอกว่า "ก็แหม เด็กหล่อ ๆ เท่ ๆ ต้องยกให้ค่ายจอห์นนีส์สิลูก แนวเกาหลีนี่ไม่ได้เลย เพอร์เฟคต์เกินไปจนชอบไม่ลง" อ่านแล้วแบบฮาอ่ะ รู้สึกว่าเล่มนี้จะตีพิมพ์เมื่อตอนปี 2006 นะ
เล่มนี้มีพิมพ์ผิดด้วย ไม่น่าเชื่อ O_o!? หน้า 267 ---> ถ้อยคำ พิมพ์ว่า ถ้อยทำ

**ส่วนนี้เป็นสปอยล์นะคะ หากยังไม่ได้อ่านเล่ม 4 กับ 5 ข้ามไปก็ดีนะคะ

 รู้สึกเสียดายตรงมิยูกิหรือคนโนะในเล่ม 4 นักสะกดจิตที่พ่อของยาคุโมะเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็กและดูน่าจะเป็นตัวละครที่น่าจะมีบทบาทได้มากกว่านี้ แต่กลับมาถูกจับในเล่มนี้ ไม่รู้ว่าจะแหกคุกกลับมามีบทบาทหรือว่าจะมีศิษย์คนใหม่ของพ่อยาคุโมะมาอีกมั้ย รอลุ้นกันต่อไป

มีตอนแถมเหมือนเล่มสั้น ๆ ท้ายเล่มเหมือนเล่ม 4 ด้วย ชอบจัง

เล่มนี้ให้ 4 ดาวจ้า เพราะอ่านไม่ค่อยเข้าใจไอ้ตรงกระบวนการการสะกดจิตนี่แล

ซีรี่ส์เรื่องนี้ยังเป็นซีรี่ส์ที่เราชอบอันดับต้น ๆ ในบรรดาหนังสือในกรุ อาจจะมีบางช่วงที่น่าเบื่อ แต่ทุกเล่มตื่นเต้นลุ้นระทึกจนอยากอ่านให้จบทุกครั้ง ^^; อยากอ่านเล่ม 6 เร็ว ๆ แล้ว

 

 

✖Review : JILL STUART - Berry Scrub N

posted on 18 Oct 2011 10:16 by shujixakira

สวัสดีค่ะ
วันนี้จะขอรีวิวเครื่องสำอางค์อีกครั้งนะคะ ในวันนี้เป็นของ Skincare ค่ะ นั่นก็คือ... 
JILL STUART : Berry Scrub N สุดหรูของเรา ♥

เป็น Scrub ของแบรนด์หรูฝั่งญี่ปุ่น ที่ร่ำลือว่าใช้ครั้งแรกก็เห็นผล
ได้มาเกือบเดือนแล้วและใช้ไปสามครั้ง ปกติก็ไม่เคยขัดหน้าหรอก
ขี้เกียจน่ะ -_-" แต่เพราะเป็นแบรนด์โปรดเลยสอยมาสักหน่อย
สอยมาปุ๊บก็จนปั๊บเพราะมันก็ 1,XXX บาท เอาล่ะ เรามาเริ่มใช้กันเลย...

กล่องมาบุบบี้นิดหน่อย

ฉลากด้านหลังและฉลากด้านข้างภาษาอังกฤษ อีกข้างเป็นภาษาญี่ปุ่นจ้า

แท่นแท้น... 

.

.

.

หลอดใหญ่เหมือนกันน้า... สีสวย... หลอดน่ารัก
ด้านหลังบอกว่าถ้าใช้แล้วระคายเคืองให้เลิกใช้ทันที
ชอบลายอ่ะ น่ารักอ่ะ

ตัวฝาหรูหราและมีซีลปิดจุกมาให้ด้วย บ่งบอกว่ายังซิงไม่ผ่านมือใครจ้า

สครับตัวนี้ ผสมไมโครบีดส์และสารสกัดซึ่งได้จากผลเบอร์รี่ 
ทำความสะอาดลึกถึงรูขุมขนพร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นและกระจ่างใส

มาเริ่มใช้กันเลย!!

เนื่องจากที่ขวดไม่ได้บอกว่าให้ใช้อย่างไร นานเท่าไร่ -_-"
เราเลยไปอ่านตามบล็อกสาวญี่ปุ่น ได้ความมาว่าอย่างนี้
วิธีใช้ บีบเนื้อสครับลงบนฝ่ามือขนาดเหรียญบาท 
ถูเบา ๆ ทั่วใบหน้าที่เปียกน้ำหมาด ๆ ยกเว้นรอบดวงตา
ให้เนื้อไมโครบีดส์แตกตัวเป็นเวลา 2 นาที
หลังจากนั้นทิ้งไว้อีก 2 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็นค่ะ

 

รูปนี่บีบเยอะไปนะเนี่ย เสียดาย 
ให้ความรู้สึกเหมือนเอาน้ำสตรอเบอร์รี่ผสมแยมมาละเลงหนังหน้า
กลิ่นหวานมากและเหนียวมาก ระวังอาจโดนมดตอมได้
ตอนล้างนี่ต้องลำบากวิ่งไปหาน้ำอุ่นอีก 

 

มาดูผลกันเลย รูปอาจจะดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง
ใช้กล้องกาก ๆ ของไอโฟนถ่ายด้วยแหละ รูปนี้ถ่ายตอนใช้ครั้งแรกนะจ๊ะ

โอ้...หน้าสิวบึมมาก เหมือนจะไม่ต่าง 

โดยรวมแล้วเราให้ 7 เต็ม 10 ค่ะ
ยอมรับว่าใช้แล้วหน้านุ่มจริงอะไรจริง แต่เราไม่รู้สึกว่าขาวขึ้นในครั้งแรกที่ใช้แต่อย่างใด
นี่ใช้เมื่อคืนมาเป็นครั้งที่สาม ขาวขึ้นไหมก็ยังไม่รู้สึก 
คิดว่าถ้าหมดก็คงไม่ซื้อต่อ แต่ไม่รู้จะหมดรึเปล่าเพราะไม่ค่อยกล้าใช้
มันแพงงงงงงงงงงงงง 

แล้วพบกันใหม่จ้า

 

✖[BL Novel] A Drunk Goldfish and A Wild Beast : Nakahara Kazuya

posted on 01 Oct 2011 10:44 by shujixakira  in Works
 

A Drunk Goldfish and A Wild Beast

Story         : Nakahara Kazuya

Illustrated : Kitakami Ren

Translatot : Nezumi

Present      : Zenith Books

 

คาโดวากิ บาร์เทนเดอร์ต้องเข้าไปพัวพันกับช่างสักมือหนึ่ง อิมาอิ

วันหนึ่งหลังจากถูกอิมาอิตามตื๊อขอสัก

อิมาอิได้มอบความสุขสมให้กับคาโดวากิผู้สิ้นหวังกับชีวิต

เนื่องจากจมอยู่กับบาดแผลและความผิดพลาดที่ก่อไว้ในอดีต

คาโดวากิลุ่มหลงมึนเมาและไม่อาจถอนตัวจากสิ่งที่อิมาอิมอบใ

ห้จนร่างกายแทบหลอมละลาย

ซ้ำยิ่งอยากให้รังแก อยากให้อิมาอิร่วมรัก

 

ทว่าคาโดวากิที่กำลังทรมานเพราะโหยหาความปรารถนาดังกล่าว

และอยากจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองนั้น ...

 

พบกับเรื่องราวอีโรติกเข้มข้นได้ในเล่ม...

 

พร้อมนิยายแถมในเล่ม ตอน Escape

----------------------------------------------------------------------------

 

ในที่สุด นิยายแปลเล่มที่ 3 ก็คลอดออกมาแล้ว เย้!!!

ห่างหายจากการแปลนิยายไปนานมาก...ก็มันขี้เกียจน่ะ

เรื่องนี้สนุกดี ตลกอ่ะ ก็ตามสไตล์เขาน่ะนะ ยิ่งเล่มแถมนี่ยิ่งตลก

แต่เรารู้สึกว่าถึงจะเป็นเล่มที่สามแล้วก็ยังแปลไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ^^;

ยอมรับเลยว่าคงรูปภาษาญี่ปุ่นไว้ด้วยเหตุผลบางประการ 

คิดว่าต้องปรับปรุงอีกเยอะ เห้อ...

ยังไงก็หาซื้อได้ที่เดิมนะคะ ^^ ปกสวยมาก ถูกใจที่สุด 

 

 

เรื่องนี้ไม่ได้เขียน talk ลงไปด้านหลัง เพราะให้เกลียด อุ๊ย ให้เกียติ

คนคนนึง กลัวว่าเขียนไปจะกลายเป็นด่ามันซะเปล่า ๆ 

ก็ตอนแรกจะขายให้คนอื่นแต่แม่งทำท่าจะไม่ค่อยอยากจ่ายตังค์

เอาเหอะ...วงการนี้มันเชื่อใจยาก คนไม่รู้จักนี่อย่าพูดถึงอย่าไปยอมทำงานให้เด็ดขาด